มนุษย์ใช้เครื่องปั้นดินเผาในการประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อของสังคม

18เครื่องปั้นดินเผาเป็นงานหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์มาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย มนุษย์นำเครื่องปั้นดินเผามาใช้ในด้านเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน การก่อสร้าง ตลอดจนการใช้ประกอบในพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆดังรายละเอียดดังนี้ความสำคัญของเครื่องปั้นดินเผาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน หลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีในภาคอีสานที่โนนนกนา ตำบลบ้านโคก อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ได้พบเศษเครื่องปั้นดินเผาขนาดประมาณ 1 ตารางนิ้วฟุต มีรอยแกลบติดอยู่บนเศษเครื่องปั้นดินเผาดังกล่าวนี้อยู่ใต้หลุมศพสันนิษฐานว่าการทำหม้อปั้นดินเผาขึ้นเป็นภาชนะสำหรับใช้หุงข้าว คงจะเกิดขึ้นเพราะความจำเป็นทางความเป็นอยู่ของคนที่อยู่ในวัฒนธรรมเกษตร ซึ่งได้คิดทำหม้อข้าวขึ้นเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้สำหรับการประกอบอาหารสามารถแบ่ง ออกเป็น 2 แบบได้แก่ภาชนะดินเผาที่ใช้สำหรับหุงต้ม ได้แก่หม้อข้าว หม้อแกง มีหูสำหรับยกมีฝาปิด และภาชนะดินเผาที่ใช้สำหรับนึ่งคือ หวด ภาคอีสานมีการเก็บถนอมอาหาร เช่นปลาร้า หรือนำใส่ของเหลว จึงนำเครื่องปั้นดิน เผามาใช้ในการถนอมรักษาอาหารและใส่น้ำดื่ม หม้อดินเป็นอุปกรณ์สำคัญในการต้มยารักษาโรค มาแต่โบราณ ส่วนฝาหม้อนั้นใช้สำหรับฝนยาเพราะพื้นผิวของฝาหม้อมีลักษณะหยาบและเป็นร่องทำให้ยาที่ฝนไม่ไหลออกจากฝาหม้อ ภายหลังการท าเครื่องปั้นดินเผาได้ทำเตาไฟที่ใช้ฟืนและถ่าน ใช้หุงต้ม ทำกระถางสำหรับปลูกต้นไม้

ในการดำรงชีวิตแล้วมนุษย์ยังใช้เครื่องปั้นดินเผาในการประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อของสังคมเช่น ใช้ไหดินเผาบรรจุศพ ทั้งแบบบรรจุลงทั้งโครงและแบบบรรจุกระดูกบาง ส่วนลงไหซึ่งเป็นประเพณีการปลงศพแบบโบราณอีกแบบหนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมมากในกลุ่มชนโบราณใน เอเชีย นอกจากนั้น บางทีได้ฝังภาชนะดินเผาลงพร้อมกับศพผู้ตายในจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอบ้านกรวดและอำเภอละหานทราย บางท้องถิ่นได้ใช้ภาชนะประเภทตลับ โถ ไห แบบต่างๆน ามาบรรจุอัฐิและอังคาร ลักษณะรูปแบบภาชนะดินเผาที่ใช้บรรจุอิฐนี้จะมีลักษณะพิเศษเช่น ไหรูปช้าง โถรูปลิงหรือ คนโทที่มีรูปหน้าคน หรือกระปุกที่มีฝาเป็นรูปหน้าคน ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อบรรจุอัฐิแล้วจะนำไปฝังไว้รอบฐานอาคารศาสนสถาน พิธีกรรมการฝังรกเด็กในภาคอีสานมีการทำคือการนำเอารกเด็กแรกเกิดไปฝังโดยใส่ในหม้อ เวลานำหม้อรกไปฝังมีวิธีถือหม้อรกเอาเคล็ดคือ ให้เปลี่ยนถือเป็นมือซ้ายบ้างมือขวาบ้างสลับกันไป กล่าวว่าเมื่อเด็กโตขึ้นจะได้ถนัดมือทั้งสองมือ แต่ถ้าถือหม้อรกด้วยมือข้างไหนแต่ ข้างเดียวเด็กก็จะถนัดแต่มือข้างนั้นข้างเดียวและถ้ารกนั้นเป็นของเด็กผู้ชาย คนที่นำอาไปฝังต้อง ร้องเพลงหรือร้องเป็นทำนองเทศน์ เพื่อจะได้มีความรู้ได้บวชเรียนต่อไป แต่ถ้ารกนั้นเป็นของเด็ก ผู้หญิง เวลากลับจากฝังให้เก็บผักหักฟืนกลับมาบ้านด้วย เมื่อเด็กโตขึ้นจะได้เป็นคนขยันขันแข็งเป็นแม่เหย้าแม่เรือนที่ดีต่อไป

Comments are closed.